หน้าเว็บ

ข่าวร้อน

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เปิดสอบ สพฐ.เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษและเหตุจำเป็น ว.12 จำนวน 1,987 อัตรา


เปิดสอบ สพฐ.เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษและเหตุจำเป็น ว.12 จำนวน 1,987 อัตรา


สพฐ.เตรียมคัดครูผช. 1,987 อัตรา เปิดสอบเฉพาะ 'ลูกจ้างประจำ - พนักงานฯ' รับเอก 'อังกฤษ 202 - คณิต 178 - ปฐมวัย 144'


เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ และเหตุจำเป็น ว 12 เช่น กลุ่มครูอัตราจ้าง ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ที่ปฏิบัติหน้าที่การสอนมาแล้ว 3 ปี ว่า ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) รวม 225 เขตทั่วประเทศ ได้ส่งข้อมูลความต้องการในการสอบบรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วยมาให้ สพฐ.แล้ว และขณะนี้ได้กำหนดอัตราที่จะสอบบรรจุ จำนวน 1,987 อัตรา แบ่งเป็น การสอบบรรจุ 27 วิชาเอกที่เคยเปิดสอบมา จำนวน 1,595 อัตรา เช่น กลุ่มวิชาเอกภาษาอังกฤษ 202 อัตรา คณิตศาสตร์ 178 อัตรา ปฐมวัย 144 อัตรา ภาษาไทย 126 อัตรา วิทยาศาสตร์ กลุ่มสังคม ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย เป็นต้น

นายไกรกล่าวอีกว่า ส่วนอีก 392 อัตรา จะใช้เปิดสอบสำหรับกลุ่มวิชาทั่วไปตามที่ทางเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งมา เพื่อเปิดโอกาสให้ครูอัตราจ้างกลุ่มนี้มีสิทธิสอบได้ เนื่องจากครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ไม่ได้จบการศึกษาด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์มาโดยตรง แต่จะจบสาขาทั่วไปแล้วมาเรียนต่อในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู จนได้ในอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งการเปิดสอบที่ผ่านมาไม่ได้กำหนดกลุ่มวิชาเอกให้กับครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ไว้เลย ซึ่งการขอกำหนดวิชาทั่วไปให้แก่ครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ จะต้องนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการได้ และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะครูอัตราจ้างกลุ่มนี้ทำหน้าที่สอนหนังสืออยู่แล้ว

"ผู้ที่มีสิทธิสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ และเหตุจำเป็น ว12 มีประมาณ 20,000 กว่าคน ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ อาทิ เป็นกลุ่มครูอัตราจ้างที่ใช้เงินงบประมาณที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วไม่ต่ำน้อยกว่า 3 ปี เป็นต้น ซึ่งการเปิดสอบครั้งนี้จะทำให้ทุกคนมีความก้าวหน้า และความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น" นายไกรกล่าว

นายไกรกล่าวอีกว่า คาดว่าน่าจะกำหนดปฏิทินการคัดเลือก และสอบแข่งขันได้ประมาณเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนรายละเอียดการสอบแข่งขันต่างๆ จะประกาศออกมาในปฏิทินดังกล่าว สำหรับข้อสอบที่จะนำมาใช้คัดเลือกครั้งนี้ เบื้องต้นจะเสนอ สพฐ.ให้ใช้คลังข้อสอบของ สพฐ.เอง ลักษณะเดียวกับการดำเนินการสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่จะมีนักวิชาการมาช่วยกันออกข้อสอบ และทำเป็นคลังข้อสอบเอง โดยไม่ต้องไปจ้างสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ออกข้อสอบให้


ที่มา : 
http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=29903&Key=hotnews

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รับสมัครงาน 9 ตำแหน่ง สมัครทางอีเมล์ และทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 15 - 31 ตุลาคม 2555


บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รับสมัครงาน 9 ตำแหน่ง สมัครทางอีเมล์ และทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 15 - 31 ตุลาคม 2555

เนื่องด้วย บมจ.อสมท อนุมัติให้สรรหาบุคคลเพื่อปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ว่าง สายงานการเงิน และอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

1 ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร สายงานการเงิน

2. ตำแหน่งผู้จัดการส่วนยุทธ์ศาสตร์ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร

3. ตำแหน่งผู้จัดการส่วนพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร

4. ตำแหน่งผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ สายงานการเงิน

5. ตำแหน่งผู้จัดการส่วนบริหารความเสี่ยง ฝ่ายบริหารความเสี่ยง

6. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยงอาวุโส ฝ่ายบริหารความเสี่ยง

7. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง ฝ่ายบริหารความเสี่ยง

8.ตำแหน่งนักลงทุนสัมพันธ์ ส่วนนักลงทุนสัมพันธ์

9.เจ้าหน้าที่วิเคราะห์แผนงาน ส่วนประเมินผล

ตามประกาศ บมจ.อสมท ที่ 104/2555 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2555 ตั้งแต่วันที่ 15– 31 ตุลาคม 2555

>>>
รายละเอียดเพิ่มเติม<<<



ที่มา http://www.thaionline1.com/read.php?tid=12371

กรมปศุสัตว์ เปิดสอบเข้ารับราชการ รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2555


กรมปศุสัตว์ เปิดสอบเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ จำนวน 4 อัตรา รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2555

กรมปศุสัตว์ เปิดสอบเข้ารับราชการ

ตำแหน่ง นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ปฏิบัติการ 

จำนวน 4 อัตรา

รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ 
http://job.dld.go.th
 ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2555 

>>>
รายละเอียดเพิ่มเติม<<<


ที่มา http://www.thaionline1.com/read.php?tid=12372

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เส้นทางสู่จ่าทหารเรือ


เส้นทางสู่จ่าทหารเรือ

การสอบเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ
          โรงเรียนชุมพลทหารเรือ เป็นโรงเรียนที่ผลิตนายทหารชั้นประทวนให้กับกองทัพเรือ การศึกษานักเรียนจ่าทหารเรือ (นรจ.) จะต้องเข้ารับการฝึกภาคสาธารณศึกษาเพื่อให้มีลักษณะท่าทางเป็นทหาร และรู้จักขนบธรรมเนียมของทหารเรือ ที่ รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. เป็นเวลา 1 เดือน ก่อนจะแยกย้ายไปศึกษาตามพรรค – เหล่า โดยเหล่าแพทย์เหล่าเดียวจะแยกไปเรียนที่โรงพยาบาสลสมเด็จพระปิ่นเกล้าเป็นเวลา 2 ปี  ส่วนเหล่าอื่นยังคงศึกษาที่ร.ร.ชุมพลฯ ดังนี้
          1.  พรรคนาวิน เหล่าทหารการปืน เหล่าทหารสามัญ เหล่าทหารการเงิน เหล่าทหารสารวัตร เหล่าทหารสรรพาวุธ และพรรคกลิน ศึกษาที่ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ 2 ปี จนจบหลักสูตร
          2.  พรรคพิเศษ เหล่าทหารแพทย์ ศึกษาที่โรงเรียนพยาบาล เป็นเวลา 2 ปี จนจบหลักสูตร
          3.  พรรคนาวิน เหล่าทหารสัญญาณ เหล่าทหารขนส่ง พรรคนาวิกโยธิน และพรรคพิเศษ เหล่าทหารช่างยุทธโยธา เหล่าทหารพลาธิการ ศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ รร.ชุมพล ฯ ยศ.ทร. และศึกษาต่อชั้นปีที่ 2 ที่ โรงเรียนสื่อสาร โรงเรียนการขนส่งทหารเรือ โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน โรงเรียนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โรงเรียนอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และโรงเรียนพลาธิการ ตามลำดับ
คุณสมบัติที่สำคัญของผู้สมัคร
          1. สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่าของกศน.
          2.  เป็นชายโสด อายุ 17 - 20 ปี สำหรับผู้ที่เป็นทหารกองประจำการ จะต้องสังกัดกองทัพเรือ และปลดเป็นทหารกองหนุนใน 30 เม.ย. หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ(ปลดจากทหารกองประจำการเท่านั้น ไม่รับนศท.) ต้องมีอายุ 18 - 24 ปี
          3.  มีสัญชาติไทย และบิดา มารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดก็ได้
หลักฐานสำคัญที่ต้องใช้ในการสมัคร
          1.  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร และสำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9)
               ***ในกรณีไม่มีใบสูติบัตรต้องมี สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดา ที่แสดงสัญชาติของผู้ให้กำเนิด (ปู่-ย่า-ตา-ยาย)
          2.  สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (รบ.) ของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษา
          3.  รูปถ่ายสี หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 12 รูป (ต้องเป็นรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ในครั้งเดียวกัน และไม่เกิน 3 เดือน)
การซื้อระเบียบการและใบสมัคร
          1.  ซื้อด้วยตนเอง ประมาณเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ที่
                    -  กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
                    - ห้องสมุดกลางกองทัพเรือ อาคารราชนาวิกสภา กรุงเทพมหานคร
                    -  กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
                    -  โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ จังหวัดสมุทรปราการ
                    -  โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
                    -  ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
                    -  ทัพเรือภาคที่ ๓ จังหวัดภูเก็ต
                    -  หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
                    -  ร้านสวัสดิการทหารเรือ (นันทอุทยาน)
                    - ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ (พระราชวังเดิม)
                    -  ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น (สัตหีบ)
                    - สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ (ส.ทร.2 บางนา ส.ทร.3 ภูเก็ต ส.ทร.5 สัตหีบ ส.ทร.8 พิษณุโลก ส.ทร.9 อุบลราชธานี ส.ทร.11 เชียงใหม่ ส.ทร.15 นราธิวาส)
          2.  สั่งซื้อทางไปรษณีย์ ประมาณธันวาคม – มกราคม  โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ ราคารวมค่าจัดส่ง โดยธนาณัติสั่งจ่ายในนาม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตู้ ปณ.11 ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 ( ให้ส่งทางธนาณัติธรรมดาหรือธนาณัติด่วนพิเศษไม่รับธนาณัติ online )
การรับสมัคร
           1.  สมัครทางไปรษณีย์ ประมาณเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ
           2.  สมัครด้วยตนเอง
                    -  ส่วนภูมิภาค ประมาณกลางเดือนมกราคม (ประมาณ 3 วัน) เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ตามสถานที่ ดังนี้
                                 - จังหวัดชลบุรี สวนกรมหลวงชุมพร (หนองตะเคียน) อำเภอสัตหีบ - จังหวัดสงขลา สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ (ส.ทร.6) อำเภอเมือง
                                 - จังหวัดจันทบุรี ค่ายตากสิน อำเภอเมือง - จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนขอนแก่นวิทยาลัย อำเภอเมือง
                      -  ส่วนกลาง ตามสถานที่ ดังนี้
                                   - กรุงเทพมหานคร สำนักงานราชนาวิกสภา เขตบางกอกน้อย ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ (ประมาณ 3 วัน) เวลา 09.00 น. - 15.00 น.
                                    - จังหวัดนครปฐม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ (ประมาณ 3 วัน) เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
การสอบคัดเลือก   ประมาณปลายเดือนมีนาคม
                        - การสอบรอบแรกภาควิชาการ วิชาที่สอบ  ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ วิชาภาษาไทย และวิชาวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544
                        - การสอบรอบสอง การสอบรอบสอง ประมาณต้นเดือนเมษายน  โดยมีรายละเอียดดังนี้
                                - การตรวจขนาดพิกัดความสมบูรณ์ของร่างกายรวมทั้งการตรวจโรคและความพิการที่ขัดต่อการเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ  ผลการตรวจของคณะกรรมการที่กรมแพทย์ทหารเรือแต่งตั้งในการตรวจครั้งนี้ถือเป็นเด็ดขาด
                                - การทดสอบสุขภาพจิต เป็นการตรวจสอบลักษณะบุคลิกภาพ  แนวความคิด  อารมณ์  และจิตใจ ซึ่ง ผลการตรวจของคณะกรรมการที่กรมแพทย์ทหารเรือแต่งตั้งในการตรวจในครั้งนี้ถือเป็นเด็ดขาด
                                - การสอบความเหมาะสม  เป็นการสอบการสัมภาษณ์ ท่วงที – วาจา  เพื่อดูลักษณะท่าทาง  และความเหมาะสมในการเป็นทหาร  และความรู้ทั่วไปที่ควรทราบ
                                                > ท่วงที – วาจา (เสียง การพูด)                      20          คะแนน
                                                > ทัศนคติ                                                  10          คะแนน
                                                > ปฏิภาณไหวพริบ                                       60          คะแนน
                                                > ลักษณะท่าทางในการเป็นทหาร                    10          คะแนน
                                - การสอบพละศึกษาเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ดังนี้
                                                > ว่ายน้ำ 50 เมตร                                          100        คะแนน
                                                > วิ่ง 800 เมตร                                              100        คะแนน
                                                > ลุกนั่ง                                                        50         คะแนน
                                                > ดันข้อ                                                        50         คะแนน
สิทธิและประโยชน์ที่นักเรียนจ่าได้รับ
                นักเรียนจ่าทหารเรือในส่วนของกองทัพเรือ ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือ และโรงเรียนในสังกัด กองทัพเรือ จะได้รับการประดับยศเป็นจ่าตรีตามพรรคเหล่าที่สำเร็จการศึกษา ในช่วงระหว่างการศึกษานักเรียนจ่าทหารเรือ จะได้รับสิทธิ์และโอกาสดังนี้
                  1. ในช่วงเวลาการศึกษาอยู่ในโรงเรียนชุมพลทหารเรือ
                               -  ได้รับเบี้ยเลี้ยงประจำวัน วันละ 75 บาท เป็นค่าอาหาร
                               -  กองทัพเรือ ออกค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา อาหาร และเครื่องแต่งกายทั้งหมด
                               -  ขณะศึกษาชั้นปีที่ 1  ได้รับเงินเดือน เดือนละ  2920 บาท
                               - ขณะศึกษาชั้นปีที่ 2  ได้รับเงินเดือน เดือนละ 3110 บาท
                               -  นักเรียนจ่าทหารเรือชั้นปีที่ 1  ที่มีผลการศึกษาดี  จะได้รับการพิจารณาสอบคัดเลือกให้เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนนายเรือและในระหว่างศึกษาที่โรงเรียนนายเรือ  จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นจ่าตรี และได้รับเงินเดือน เดือนละ 5080 บาท  ไปจนจบการศึกษา (ปีละ 2 นาย)
                   2. เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนชุมพลทหารเรือ
                               -  ได้รับการแต่งยศเป็นจ่าตรี  เริ่มรับเงินเดือน เดือนละ 6470 บาท
                               -  ได้รับเบี้ยค่าครองชีพชั่วคราว เดือนละ 2530 บาท
                               -  สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุให้ปฏิบัติงานบนเรือหลวง จะได้รับเงินเพิ่มประจำตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษสำหรับทหารหน่วยเรือ (พ.น.ร.)  อีกเดือนละ 2700 บาท นอกเหนือจากเงินเดือนตามปรกติ
                                -  เมื่อเป็นนายทหารประทวนแล้วยังมีสิทธิ์สมัครเข้ารับการศึกษาเพิ่มเติมตามขีดความสามารถของตนเอง ในสาขาอาชีพต่าง ๆ และมีสิทธิ์สอบคัดเลือกไปรับเรือในต่างประเทศ
                                 -  นายทหารประทวนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถสอบเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตรและสามารถสอบปรับเทียบคุณวุฒิเป็นนายทหารสัญญาบัตรปริญญาได้ตามตำแหน่งที่กองทัพเรือมีความต้องการ
                                 -  ได้รับสิทธิต่างๆ ที่ทางราชการกำหนด เช่น การรักษาพยาบาล การศึกษาบุตร ฯลฯ
การเลือก พรรค – เหล่า                
          คณะกรรมการสอบคัดเลือกฯ จะดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก พรรค – เหล่า  โดยใช้ความสมัครใจประกอบกับคะแนนสอบคัดเลือกฯ  ที่ผ่านมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน ซึ่งผู้สมัครสอบจะทราบพรรค – เหล่า  ของตนเองในวันประกาศผลการสอบ  ถ้ามี  พรรค – เหล่า ใดว่างลงอันเนื่องมาจากมีผู้สมัครน้อยหรือสละสิทธิ์  คณะกรรมการสอบคัดเลือกฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการจัด พรรค – เหล่า นั้นๆ ให้แก่ผู้สมัครสอบเพื่อให้ครบจำนวนตามที่ทางราชการต้องการ                เงื่อนไขในการเลือกพรรค – เหล่า มีดังนี้                               
          - พรรคนาวิน  เหล่าทหารสามัญ   พรรคนาวิน เหล่าทหารการปืน   พรรคนาวิน เหล่าทหารขนส่ง   พรรคนาวิน เหล่าทหารสรรพาวุธ   พรรคนาวิน เหล่าทหารสัญญาณ – วิทยุ  พรรคนาวิน เหล่าทหารสัญญาณ – เรดาห์  พรรคนาวิน เหล่าทหารสัญญาณ – โซนาร์  พรรคนาวิน เหล่าทหารสัญญาณ – ทัศนสัญญาณ  พรรคนาวิกโยธิน พรรคกลิน  พรคกลิน เหล่าทหารเครื่องกล – ช่างเครื่องบิน  ต้องสำเร็จหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพของกระทรวงศึกษาธิการ                               
          - พรรคนาวินเหล่าทหารสารวัตร ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพของกระทรวงศึกษาธิการ และมีความสูงไม่น้อยกว่า 165 เซนติเมตร                               
          - พรรคพิเศษเหล่าทหารแพทย์ ต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย มีคะแนนเฉลี่ยสะสม 2.00 ขึ้นไป และต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมดังนี้                                               
                     > วิชาวิทยาศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต                                       
                      > วิชาคณิตศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต                               
          - พรรคพิเศษเหล่าทหารช่างยุทธโยธา – อิเล็กทรอนิกส์  ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย และต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมดังนี้                                               
                      > วิชาวิทยาศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต                                      
                       > วิชาคณิตศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต หรือสำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช่างอุตสาหกรรม (ช่างอิเล็กทรอนิกส์)                               
           - พรรคพิเศษเหล่าทหารช่างยุทธโยธา – ไฟฟ้า  ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย และต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมดังนี้                                               
                       > วิชาวิทยาศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต                                     
                        > วิชาคณิตศาสตร์  ต้องมีหน่วยกิตรวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต หรือสำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช่างอุตสาหกรรม (ช่างไฟฟ้า)                               
          - พรรคพิเศษ เหล่าทหารพลาธิการ เหล่าทหารการเงิน  ต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพพาณิชยกรรม
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก The Road To Soldier & Police เส้นทางสู่อาชีพทหารตำรวจ
https://www.facebook.com/theroadtosoldierpoliceth

เส้นทางสู่ นรต. หญิง


แนวทางการรับราชการ: นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง
ขอบคุณ http://www.rpcafamily.com
การรับสมัครสอบมี 2 ประเภท
คุณสมบัติโดยสังเขป 
  • บุคคลภายนอก อายุ16- 21 ปี
  • ข้าราชการตำรวจ  อายุ ไม่เกิน 25 ปี เป็นข้าราชการตำรวจหญิงอยู่แล้วและเป็นรับราชการตำรวจมาแล้ว 1 ปี
-การศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า ทุกสาย
-สูง 160 ซม.  ขึ้นไป
-สายตาไม่สั้น เกินกว่ากำหนด ประมาณ 50-100
-เป็นหญิงโสด

วิชาที่ใช้สอบ คณิต เนื้อหา ม. 4 5 6    คะแนนเต็ม     200 คะแนน
                   วิทยฯเนื้อหา ม. 4 5 6    (ฟิสิก + เคมี)   200 คะแนน
                   ภาษาไทย   ม.ปลาย                          200 คะแนน
                   ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย                        200 คะแนน
สอบรอบสอง    มีตรวจร่างกาย   ตรวจสุขภาพที่ รพ.ตำรวจ
สอบประวัติ      สอบประวัติอาชญากรรม
สอบพละศึกษา ว่ายน้ำ 50 เมตร วิ่ง 1000 เมตร

คะแนนเพิ่มพิเศษ
1. เป็นบุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจ หรือบุคคลซึ่งถึงแก่กรรม หรือได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพ หรือสูญหายตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเนื่องจากปฏิบัติราชการ หรือช่วยเหลือราชการปราบโจรผู้ร้าย
2. เป็นผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ  หรือเป็นบุตรโดยกำเนิดของผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ
3 . เป็นบุตรโดยกำเนิดของผู้ที่เป็น  หรือเคยเป็นผู้บังคับบัญชา หรือครูอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือสถานศึกษาอื่นใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหลักฐานลงประวัติว่าได้สอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และปีหนึ่งต้องทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
4. เป็นบุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจ
  • ข้อ 1  2  3 เพิ่มให้  25  คะแนน    ข้อ 4 เพิ่มให้  10 คะแนน
  • การคิดคะแนนเพิ่ม ตามข้อ1  2  3ถ้าผู้มีสิทธิได้รับคะแนนพิเศษตามหลักเกณฑ์หลายกรณีได้รับกรณีเดียว และเมื่อรวมกับ ข้อ 4 แล้วไม่เกิน 35 คะแนนโดยนำคะแนนที่ได้รับเพิ่มไปรวมก่อนประกาศผลสอบรอบสุดท้าย
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต http://www.rpca-admission.com/ 
ห้วงเวลาการรับสมัคร ประมาณเดือน ม.ค.ของทุกปี

ดูรายละเอียดการรับสมัครนายร้อยตำรวจหญิงได้ตามลิงค์ด้านล่าง

บุคคลภายนอก
ข้าราชการตำรวจหญิง


ขอบคุณข้อมูลจาก http://my-etc.blogspot.com/

เส้นทางสู่จ่าอากาศ


จ่าอากาศ

การสอบเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ โรงเรียนจ่าอากาศ


          โรงเรียนจ่าอากาศ เป็นโรงเรียนที่ผลิตนายทหารชั้นประทวน ให้กับกองทัพอากาศ การศึกษานักเรียนจ่าอากาศ (นจอ.) จะมี 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ 3 ปีสำหรับนักเรียนที่สอบหลังจบม.3 และหลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ 2 ปี สำหรับนักเรียนที่สอบหลังจบม.6/ปวช. และหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ระดับต้น 2 ปี สำหรับนักเรียนที่สอบหลังจบม.6 โดยแต่ละหลักสูตรจะมีเหล่าให้เลือกศึกษา ดังนี้
            1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ 3 ปี ได้แก่
                      - ช่างอากาศ ศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างอากาศยาน, เครื่องยนต์ลูกสูบ, เครื่องยนต์ก๊าซเทอร์ไบน์,ใบพัดอากาศยาน, เฮลิคอปเตอร์, เครื่องวัดประกอบการบิน, เครื่องช่วยในการเดินอากาศ,เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในอากาศยาน, ระบบไฟฟ้าในอากาศยาน
                      - สื่อสาร ศึกษาเกี่ยวกับช่างสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ภาคพื้น, ประจำอากาศยาน, ช่างเรดาร์,ช่างโทรคมนาคม, ช่างเครื่องวัด, ช่างโทรศัพท์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสื่อสาร
                      - สรรพาวุธ ศึกษาเกี่ยวกับอาวุธภาคอากาศ, ภาคพื้น, อาวุธติดตั้งกับเครื่องบิน, เรดาร์ควบคุมการยิง, อาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศ, วัตถุระเบิดทางทหารและนิรภัยวัตถุระเบิด, การทำลายวัตถุระเบิดขั้นพื้นฐาน, ชนวน
            2. หลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ 2 ปี ได้แก่
                      - ต้นหน (จำพวกทหารควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ) ศึกษา เกี่ยวกับ การเฝ้าตรวจทางอากาศ, การพิสูจน์ฝ่าย, การควบคุมการบินสกัดกั้น, อากาศพลศาสตร์, สงครามอิเล็กทรอนิกส์, การบริการจราจรทางอากาศ, นิรภัยการบิน, การติดต่อสื่อสารในการควบคุมจราจรทางอากาศ, การบริการข่าวสารการบิน และการควบคุมทางอากาศยุทธวิธี
                      - อุตุ ศึกษา เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ ส่วนประกอบและชั้นต่างๆ ของบรรยากาศการเกิด ปรากฏการณ์ต่างๆทางอุตุนิยมวิทยาฤดูกาล การอ่านและการเขียนแผนที่ทางอากาศตามรหัสสากลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกการเฝ้าติดตามสภาพอากาศโดยต่อเนื่องตลอดเวลา รวมถึงการให้บริการข่าวอากาศแก่ผู้ต้องการใช้ข่าวอากาศด้วยระบบการรับ-ส่งข่าวอากาศอัตโนมัติที่ถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา
                      - สารวัตร ศึกษา เกี่ยวกับวิชากฎหมาย, แบบธรรมเนียมทหาร, วิชาการทหารสารวัตร, วิชาการประชาสัมพันธ์
                      - อากาศโยธิน ศึกษา เกี่ยวกับผู้นำและการบังคับบัญชา, ครูทหาร, ยุทธวิธีการรบ, การป้องกันฐานบินการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด/ค้นหาและช่วยชีวิต), การโดดร่มจากอากาศยาน, การยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง
            3. หลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ระดับต้น 2 ปี ได้แก่
                      - แพทย์ (สาขาวิชาพยาบาล) ศึกษาเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ และสรีรวิทยา, การพยาบาลเวชศาสตร์การบิน, ลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ, การพยาบาลรากฐาน, การพยาบาลจิตเวชศาสตร์, การพยาบาลอนามัยชุมชน, การพยาบาลผู้ใหญ่, การพยาบาลสูติศาสตร์, การพยาบาลทหาร,การพยาบาลเด็ก
คุณสมบัติที่สำคัญของผู้สมัคร
             1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ 3 ปี ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้                       
                         1 เป็นชายโสด อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี ในปีที่จะเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ(นับตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 คือ ปี พ.ศ.ปัจจุบันลบด้วยปี พ.ศ.ที่เกิด)                        
                         2 คุณวุฒิ สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า มีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00                       
                         3 มีสัญชาติไทย และบิดา มารดาผู้ให้กำเนิด มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (เกิดในประเทศไทย) ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดา มิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้                       
                         4 มีรูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกาย และอวัยวะ เหมาะสมแก่การเป็นทหารไม่เป็นโรค และความพิการของร่างกาย ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร และระเบียบกองทัพอากาศว่าด้วยมาตรฐานการตรวจทางแพทย์ของบุคคลที่สมัครเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ พ.ศ.2511
                          5 ไม่เคยมีภรรยาไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม                       
                          6 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว                       
                          7 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม                       
                          8 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยในคดีอาญาและไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท                       
                          9 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ หรือไม่เคยเป็นผู้ถูกปลดเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ หรือถูกไล่ออกจากโรงเรียนทหารของกระทรวงกลาโหมหรือสถาบันการศึกษาใดๆ                      
                          10 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ                                                   11 ไม่เป็นผู้อยู่ในสมณเพศ                      
                          12 เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ                                 13 ไม่เป็นผู้มีรอยสักใดๆ ที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
            2. หลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ 2 ปี ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้                      
                           1 เป็นชายโสด อายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี และไม่เกิน 20 ปี ในปีที่จะเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ(นับตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 คือ ปี พ.ศ.ปัจจุบัน ลบด้วย ปี พ.ศ.ที่เกิด)                       
                           2 คุณวุฒิสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่าและมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 2.00                      
                           3 มีสัญชาติไทย และบิดา มารดาผู้ให้กำเนิด มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (เกิดในประเทศไทย) ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดา มิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้                      
                           4 มีรูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกาย และอวัยวะ เหมาะสมแก่การเป็นทหาร ไม่เป็นโรค และความพิการของร่างกายตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหารและระเบียบกองทัพอากาศว่าด้วยมาตรฐานการตรวจร่างกายทางแพทย์ฯ                      
                            5 ไม่เคยมีภรรยาไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม                      
                            6 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว                        
                            7 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม
                            8 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยในคดีอาญาและไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท                      
                            9 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ หรือไม่เคยเป็นผู้ถูกปลดเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ หรือถูกไล่ออกจากโรงเรียนทหารของกระทรวงกลาโหมหรือสถาบันการศึกษาใดๆ                     
                            10 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ                                                   11 ไม่เป็นผู้อยู่ในสมณเพศ                     
                            12 เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ                     
                            13 ไม่เป็นผู้มีรอยสักใดๆ ที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
                                  ** เหล่าต้นหน และอุตุ จะต้องจบม.6 แผนวิทย์-คณิต **
                                  ** หากจบแผนศิลป์ หรือปวช. หรืออื่นๆ จะเลือกได้เฉพาะเหล่าสารวัตร และอากาศโยธินเท่านั้น ** 
            3. หลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ระดับต้น 2 ปี ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้                     
                             1 เป็นชายโสด อายุไม่ต่ำกว่า 17 ปี และไม่เกิน 20 ปี ในปีที่จะเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ(นับตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 คือ ปี พ.ศ.ปัจจุบัน ลบด้วย ปี พ.ศ.ที่เกิด)
                             2 คุณวุฒิสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์) และมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 2.00                    
                             3 มีสัญชาติไทย และบิดา มารดาผู้ให้กำเนิด มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (เกิดในประเทศไทย)ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดา มิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้                   
                             4 มีรูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกาย และอวัยวะ เหมาะสมแก่การเป็นทหารไม่เป็นโรค และความพิการของร่างกาย ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหารและระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยมาตรฐานการตรวจร่างกายทางแพทย์ฯ                    
                             5 เป็นชายโสด และไม่เคยมีภรรยาไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม             
                             6 ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว                   
                             7 ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม
                             8 ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยในคดีอาญาและไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท                   
                             9 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างพักราชการเนื่องจากความผิด หรือหนีราชการ หรือไม่เคยเป็นผู้ถูกปลดเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ หรือถูกไล่ออกจากโรงเรียนทหารของกระทรวงกลาโหมหรือสถาบันการศึกษาใดๆ                   
                             10 ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ                                                    11 ไม่เป็นผู้อยู่ในสมณเพศ                   
                             12 เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ                   
                             13 ไม่เป็นผู้มีรอยสักใดๆ ที่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ขนาดพิกัดร่างกาย

จำนวนรับ แต่ละปีรับจำนวนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอัตราที่อนุมัติ เฉลี่ยประมาณ 220-250 นาย
การรับสมัคร
           1.  สมัครทางไปรษณีย์ ประมาณเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ (ซื้อระเบียบการหรือโหลดใบสมัครทาง อินเตอร์เน็ต http://www.atts.ac.th หรือ http://www.atts.rtaf.mi.th) 
           2.  สมัครด้วยตนเอง ที่อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศ ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเตรียมรูปถ่าย(ถ่ายรูปกับกองรับสมัคร) ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ (มีระเบียบการจำหน่าย)
           3. สมัครทางอินเตอ์เน็ต ประมาณเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ทาง http://www.atts.ac.thหรือ http://www.atts.rtaf.mi.th)
การสอบคัดเลือก
              - การสอบรอบแรกภาควิชาการ ประมาณต้นเดือนมีนาคม วิชาที่สอบ  ได้แก่
                                - วิชาคณิตศาสตร์ 175 คะแนน
                                - วิชาภาษาอังกฤษ 150 คะแนน
                                - วิชาภาษาไทย 100 คะแนน
                                - วิชาวิทยาศาสตร์ 175 คะแนน
ตามหลักสูตรปัจจุบันของกระทรวงศึกษาธิการ
              - การสอบรอบสอง การสอบรอบสอง ประมาณต้นเดือนเมษายน  โดยมีรายละเอียดดังนี้
                                - การตรวจขนาดพิกัดความสมบูรณ์ของร่างกายรวมทั้งการตรวจโรคและความพิการที่ขัด ต่อการเป็นนักเรียนจ่าอากาศ  ผลการตรวจของคณะกรรมการที่กรมแพทย์ทหารอากาศแต่งตั้งในการตรวจครั้งนี้ถือ เป็นเด็ดขาด
                                - การทดสอบสุขภาพจิต(สอบความถนัดและวิภาววิสัย) เป็นการตรวจสอบลักษณะบุคลิกภาพ  แนวความคิด  อารมณ์  และจิตใจ ซึ่ง ผลการตรวจของคณะกรรมการในการตรวจถือเป็นเด็ดขาด
                                - การสอบความเหมาะสม  เป็นการสอบการสัมภาษณ์ ท่วงที – วาจา  เพื่อดูลักษณะท่าทาง  และความเหมาะสมในการเป็นทหาร  และความรู้ทั่วไปที่ควรทราบ (100 คะแนน)
                                            - การปฏิบัติตามคำสั่ง 20 คะแนน (ความเข้าใจคำสั่ง, ความรวดเร็ว,ความถูกต้อง, ความเข้มแข็ง และควบคุมอารมณ์)                                           
                                            - ลักษณะทหาร 20 คะแนน (ความสมส่วน, ความสมบูรณ์ส่วนบน,ความสมบูรณ์ส่วนล่าง, ลักษณะการเคลื่อนไหว และความเหมาะสมส่วนรวม)                                           
                                            - ท่วงทีวาจา 20 คะแนน (เสียงดัง, ไม่ติดอ่าง, ความชัดเจน, ความปกติของเสียงและความถูกต้องของภาษาพูด)                                           
                                            - ปฏิภาณไหวพริบ 20 คะแนน (ความคล่องแคล่วในการตอบ, ตัดสินใจรวดเร็วถูกต้อง, การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า, ความเชื่อมั่นในตนเอง และความคิดสร้างสรรค์)                                           
                                            - ความรู้รอบตัว 20 คะแนน (เกี่ยวกับตนเอง, การทหาร, กองทัพอากาศ, การเมืองและศาสนา, สังคม, วัฒนธรรม)
                                - การสอบพละศึกษาเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ดังนี้
                                             - สถานีที่ 1 ดึงข้อราวเดี่ยว (10 ครั้ง) 20 คะแนน
                                             - สถานีที่ 2 วิ่งระยะทาง 1,000 เมตร 20 คะแนน
                                             - สถานีที่ 3 ลุก-นั่ง จับเวลา 30 วินาที 20 คะแนน
                                             - สถานีที่ 4 ยืนอยู่กับที่กระโดดไกล 20 คะแนน
                                             - สถานีที่ 5 ว่ายน้ำ จับเวลา ระยะทาง 50 เมตร 20 คะแนน
                                 - การส่งเอกสารผลคะแนนเฉลี่ยรวม ที่ไม่ต่ำกว่า 2.00
สิทธิและประโยชน์ที่นักเรียนจ่าอากาศได้รับ
            1 ได้รับจ่ายสิ่งของจากราชการตามอัตราจ่ายที่ทางราชการกำหนด           
            2 ได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 75 บาท (เบี้ยเลี้ยงกรณีไปราชการนอกที่ตั้งปกติวันละ 94.- บาท)           
            3 ได้รับเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกา การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการทหารกองประจำการและนักเรียนทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2554 ดังนี้                   
                       1 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ                           
                               - ชั้นปีที่ 1 รับเงินเดือน พ.1/10 เดือนละ 2,610 บาท                           
                               - ชั้นปีที่ 2 รับเงินเดือน พ.1/12 เดือนละ 2,890 บาท                           
                               - ชั้นปีที่ 3 รับเงินเดือน พ.1/13 เดือนละ 3,070 บาท                    
                        2 หลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ ระดับต้น                           
                               - ชั้นปีที่ 1 รับเงินเดือน พ.1/13 เดือนละ 3,070 บาท                           
                               - ชั้นปีที่ 2 รับเงินเดือน พ.1/14 เดือนละ 3,270 บาท
                        3 หลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ                           
                               - ชั้นปีที่ 1 รับเงินเดือน พ.1/13 เดือนละ 3,070 บาท                           
                               - ชั้นปีที่ 2 รับเงินเดือน พ.1/14 เดือนละ 3,270 บาท
            4 โรงเรียนจ่าอากาศประกอบเลี้ยงอาหารทุกวัน วันละ 3มื้อ โดยใช้เงินเบี้ยเลี้ยงบางส่วนเป็นค่าอาหาร           
            5 ได้รับสิทธิ์ในการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทุน กองทัพอากาศ ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร ในส่วนกองทัพอากาศ ตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพอากาศกำหนด (อายุไม่เกิน 17 ปีบริบูรณ์ ในปีที่สมัครเป็นนักเรียนจ่าอากาศ = เฉพาะผู้สอบวุฒิม.3)
สิทธิประโยชน์เมื่อสำเร็จการศึกษา     
            นักเรียนจ่าอากาศทุกเหล่าทหาร เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งยศเป็นจ่าอากาศตรี รับเงินเดือนตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารและการให้ได้รับเงินเดือน พ.ศ.2549 ดังนี้                     
             1 สำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ (วุฒิ ม.3) ศึกษา 3 ปี รับเงินเดือนเดือนละ 6,140 บาท                     
             2 สำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ ระดับต้น (วุฒิ ม.6) ศึกษา 2 ปี รับเงินเดือนเดือนละ 6,800 บาท                     
             3 สำเร็จหลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ (วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า) ศึกษา 2 ปี รับเงินเดือนเดือนละ 6,800 บาท                     
             4 สำเร็จหลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ (วุฒิ ปวช.หรือเทียบเท่า) ศึกษา 2 ปี รับเงินเดือนเดือนละ 7,460 บาท                      
             อัตราเงินเดือนดังกล่าว เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ท้ายพระราชกฤษฎีกา การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการฯ
ความก้าวหน้าในอาชีพ
             1 การศึกษา, ฝึกงาน หรือดูงานทั้งในและต่างประเทศผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนจ่าอากาศทุกเหล่าทหาร เมื่อรับราชการครบ 2 ปี มีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือกไปศึกษา ฝึกงาน หรือดูงานทั้งใน และต่างประเทศ ตามที่ทางราชการกำหนด             
              2 เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนจ่าอากาศ เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ทางราชการกำหนดมีสิทธิ์สอบเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตามความต้องการบรรจุกำลังพลในแต่ละปี (ครองยศพันจ่าอากาศเอก มีอายุ 36-39 ปี) ทั้งนี้ยังมีสิทธิสอบแข่งกับบุคคลพลเรือนในการสอบของบุคคลภายนอกประจำปีงบประมาณด้วย 
ความก้าวหน้าในแต่ละเหล่า
            1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนจ่าอากาศ 3 ปี ได้แก่
                      - ช่างอากาศ สามารถสอบคัดเลือกไปศึกษาดูงานต่างประเทศ สอบเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร สามารถออกไปปฏิบัติงานสายการบินพาณิชย์ได้   หรือถ้าได้ทำงานบนอากาศยานจะได้รับเงินเพิ่ม 4,200 บาทต่อเดือน

ข้อมูลดีๆจาก http://www.iqcentre.org